บาคาร่าออนไลน์ (Baccarat Online)

บาคาร่าสด

บาคาร่าสด UFABET บริการ 24 ชม.

เกมไพ่คาสิโน อันดับ 1 ขวัญใจท่านนักพนันชาวไทยที่รู้จักกันในชื่อ บาคาร่าสด (Live Baccarat) ซึ่งที่ UFABET มีพร้อมบริการให้ท่านทั้งในแบบบาคาร่ามือถือและเว็บบาคาร่า ท่านสามารถอิ่มเอมไปกับความสุขและความสนุกกับไพ่ออนไลน์ บาคาร่า UFABET ของเราได้ตลอด 24 ชม.

ซึ่งทาง UFAZ88 เป็นพันธมิตรและร่วมกันบริการไลฟ์คาสิโนในส่วนของบาคาร่า โดยมีทั้ง SA Gaming, Gold Deluxe, SEXY Baccarat, VENUS Casino นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายผู้ให้บริการที่จับมือร่วมกันกับทางเรา เตรียมเกมบาคาร่าเอาไว้ให้ท่านได้เข้ามาใช้บริการ

โดยทางเว็บไซต์เดิมพันออนไลน์ UFAZ88 ของเรา พร้อมให้บริการบาคาร่าสดแบบครบวงจร โดยมีทั้งบาคาร่าแบบถ่ายทอดสดหรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่า บาคาร่าไลฟ์คาสิโน ไปจนถึงพิเศษบาคาร่า ซึ่งเป็นบาคาร่าแบบเร็ว ที่ท่านสามารถใช้เวลาในการเล่นต่อเกมด้วยความรวดเร็ว เพียง 20 วินาทีเท่านั้น และด้วยการออกผลไพ่ในแต่ละรอบที่ฉับไว ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่ชอบใช้เวลานานสำหรับการเปิดไพ่ในแต่ครั้ง สปีดบาคาร่า ก็เป็นอีกประเภทบาคาร่าที่กำลังเข้ามาครองใจนักพนันบาคาร่าออนไลน์ในขณะนี้ โดยบาคาร่าสดของเรานั้น ก็มีให้ท่านได้เลือกวางเดิมพันหลากหลายโต๊ะ อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ถึงผู้ให้บริการที่เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์และหุ้นส่วนธุรกิจกับเรา เรียกได้ว่า เพียงเข้ามาที่เว็บไซต์พนัน UFAZ88 รับรองว่ามีครบ จบในที่เดียว แน่นอน

หลักการแทงบาคาร่ามือถือ

พื้นฐานของการออกรางวัลในแต่ละเกมของเกมบาคาร่ามือถือ คือการที่ให้เราเลือกแทงหรือลงเดิมพัน ระหว่าง ผู้เล่น (Player) หรือ เจ้ามือ (Banker) โดยเกมไพ่บาคาร่า จะมีการนับแต้ม โดยกำหนดให้แต้มที่มีค่าสูงที่สุดคือ 9 ซึ่งไพ่แต่ละใบ จะมีแต้มดังต่อไปนี้ A=1, 2=2, 3=3, 4-4, 5-5, 6-6, 7-7, 8-8, 9-9 ซึ่งไพ่ 10 จะมีค่า = 0 รวมไปถึง J, Q, K ก็มี = 0

การเริ่มเล่นบาคาร่า ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบาคาร่าออนไลน์ธรรมดา หรือว่าสปีดบาคาร่า ไปจนถึงไลฟ์บาคาร่า ก็มักจะมีกติการูปแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันเสมอ โดยเริ่มต้นจากการเริ่มแจกไพ่ในแต่ละรอบ จะเริ่มแจกให้กับทางฝ่ายผู้เล่น (Player) ก่อน ต่อจากนั้นจึงจะเริ่มแจกไพ่ให้ทางฝ่ายเจ้ามือ (Banker) ซึ่งจำนวนไพ่ที่ได้รับการแจกในเบื้องต้นของทั้งสองฝ่าย ก็คือ 2 ใบ

เริ่มจากลำดับของการแจกไพ่ จะมีการลำดับการแจกไพ่บาคาร่าดังต่อไปนี้

ไพ่ใบที่ 1 จะถูกแจกให้กับ ฝ่ายผู้เล่น (Player)

ไพ่ใบที่ 2 จะถูกแจกให้กับ ฝ่ายเจ้ามือ (Banker)

ไพ่ใบที่ 3 จะถูกแจกให้กับ ฝ่ายผู้เล่น (Player)

และไพ่ใบที่ 4 ซึ่งเป็นใบสุดท้ายของการแจกในรอบแรกของแต่ละเกม จะถูกแจกไปให้อยู่ที่ฝั่งของทาง ฝ่ายเจ้ามือ (Banker)

ซึ่งค่าของตัวเลขและไพ่ต่างๆสามารถนำมาเป็นแต้มได้ดังต่อไปนี้ คือ

A = 1, 2 = 2, 3 = 3, 4 = 4, 5 = 5, 6 = 6, 7 = 7, 8 = 8, 9 = 9 และไพ่ 10, J, Q, K จะมีค่าเท่ากับ 0

จะสังเกตว่า ไพ่ที่มีค่ามากที่สุดและเป็นแต้มสูงสุดของเกมนี้ คือไพ่หมายเลข 9 นั่นเอง และการแจกไพ่บาคาร่าในแต่ละรอบนั้น จะนำไพ่ทั้งหมด 8 สำรับมารวมกัน โดยต้องนำไพ่โจ๊กเกอร์ออกไปทุกครั้ง ไม่นำมารวม เพราะไพ่โจ๊กเกอร์ในเกมไพ่บาคาร่า ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของเกม จึงไม่ต้องนำมาใส่เอาไว้ในการเล่นไพ่บาคาร่า

จากนั้น จะเป็นขั้นตอนของการสับไพ่และสลับไพ่ไปมา จนถึงการตัดไพ่ เพื่อที่จะให้เกิดการสลับกันและหมุนวนของไพ่ เกิดเป็นความโปร่งใสและยุติธรรมสำหรับทั้งเจ้ามือและผู้เล่น ตามกฎกติกาที่ได้บัญญัติเอาไว้

โดยกติกาการได้รับแจกไพ่ใบที่ 3 หรือที่เรียกกันว่า การจั่วเพิ่ม ของทั้งผู้เล่นและเจ้ามือ จะมีกติกาย่อยเข้ามากำหนด ดังต่อไปนี้

  • ฝ่ายผู้เล่น หากมีผลรวมไพ่ 2 ใบแรก น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 จะต้องจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม แต่หากได้แต้ม 6 และ 7 ไม่ต้องจั่วเพิ่ม และถ้าได้ 8 หรือ 9 จะเท่ากับ แนชเชอรัล
  • ส่วนการจั่วไพ่เพิ่มของฝ่ายเจ้ามือ จะขึ้นอยู่กับทางฝ่ายผู้เล่นก่อนเสมอ โดยมีเงื่อนไขคือ หากฝ่ายผู้เล่นไม่ได้จั่วไพ่ใบที่ 3 และฝ่ายเจ้ามือมีแต้มตั้งแต่ 6 ขึ้นไป ตั้งแต่ 2 ใบแรก ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม แต่หากฝ่ายเจ้ามือมีแต้มเท่ากับ 5 หรือน้อยกว่า ต้องจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มจากกรณีดังกล่าว
  • สามารถแยกเหตุการณ์การจั่วไพ่ใบที่ 3 ของฝ่ายเจ้ามือได้ดังต่อไปนี้
      • แต้มรวมไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือ คือ 0, 1, 2 เจ้ามือต้องจั่วไพ่เพิ่ม
      • แต้มรวมไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือ คือ 3 แต่แต้มรวม 3 ใบของฝ่ายผู้เล่นเท่ากับ 8 เจ้ามือไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
      • แต้มรวมไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือ คือ 4 แต่แต้มรวม 3 ใบของฝ่ายผู้เล่นเท่ากับ 0, 1, 8, 9 เจ้ามือไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
      • แต้มรวมไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือ คือ 5 แต่แต้มรวม 3 ใบของฝ่ายผู้เล่นเท่ากับ 0, 1, 2, 3, 8, 9 เจ้ามือไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
      • แต้มรวมไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือ คือ 6 แต่แต้มรวม 3 ใบของฝ่ายผู้เล่นเท่ากับ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 8, 9 เจ้ามือไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
      • แต้มรวมไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือ คือ 7 เจ้ามือไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
      • แต้มรวมไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือ คือ 8, 9 (แนชเชอรัล) เจ้ามือไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม

ฝ่ายเจ้ามือ หากมีผลรวมไพ่ 2 ใบแรก น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 จะต้องจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม แต่หากได้แต้ม 6 และ 7 ไม่ต้องจั่วเพิ่ม และถ้าได้ 8 หรือ 9 จะเท่ากับ แนชเชอรัล

โดยการเดิมพันบาคาร่า สามารถจำแนกประเภทการวางเดิมพันและอัตราการจ่ายได้ดังต่อไปนี้

  • เดิมพันฝ่ายเจ้ามือ (Banker) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 0.95
  • เดิมพันฝ่ายผู้เล่น (Player) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 1
  • เดิมพันฝ่ายเจ้ามือได้ไพ่คู่ (Banker Pair) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 11
  • เดิมพันฝ่ายผู้เล่นได้ไพ่คู่ (Player Pair) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 11
  • เดิมพันเสมอ (Tie) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 8
  • เดิมพันฝ่ายเจ้ามือแนชเชอรัล (Banker Natural) อัตราจ่าย แทง 2 จ่าย 7
  • เดิมพันฝ่ายผู้เล่นแนชเชอรัล (Player Natural) อัตราจ่าย แทง 2 จ่าย 7

ในการเพิ่มเพิ่มวงเงินในการเดิมพัน ท่านสามารถเพิ่มวงเงินได้ เมื่อสิ้นสุดเกมเดิมพันตานั้นๆ ไปแล้ว ซึ่งจะมีค่าของวงเงินแสดงอยู่ที่ชิพคาสิโน นั่นเอง และเพียงแค่ท่านคลิกเลือกวงเงินนั้นๆ อัตราการเดิมพันก็จะเปลี่ยนแปลงตามที่ท่านได้เลือกเอาไว้

ส่วนในการแทงบาคาร่าซูเปอร์ซิก (SUPER SIX) จะมีกติการเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านนักเล่นบาคาร่าออนไลน์ หากท่านเลือกวางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ จะมีอัตราจ่ายคือ แทง 1 จ่าย 1 และหากทางฝ่ายเจ้ามือ(Banker) ชนะมากกว่า 6 แต้ม จะมีอัตราจ่ายเพิ่มขึ้นคือ แทง 1 จ่าย 2 นั่นเอง

ซึ่งอัตราการจ่ายเดิมพันบาคาร่า SUPER SIX มีดังต่อไปนี้

  • เดิมพันฝ่ายเจ้ามือ (Banker) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 1
  • เดิมพันฝ่ายผู้เล่น (Player) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 1
  • เดิมพันฝ่ายเจ้ามือได้ไพ่คู่ (Banker Pair) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 11
  • เดิมพันฝ่ายผู้เล่นได้ไพ่คู่ (Player Pair) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 11
  • เดิมพันเสมอ (Tie) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 8
  • เดิมพันซูเปอร์ซิก (Super Six) อัตราจ่าย แทง 1 จ่าย 12
  • เดิมพันแนชเชอรัล (Natural) อัตราจ่าย แทง 2 จ่าย 7

การแทงบาคาร่าอีกประเภท คือการแทงที่เรียกว่า คาวคาวบาคาร่า หรือที่หลายคนเรียกกันว่า บาคาร่าวัว, บาคาร่าวัววัว หรือ COWCOW บาคาร่า ซึ่งการเดิมพันคาวคาวบาคาร่า เป็นที่ชื่นชอบของเซียนบาคาร่าที่ต้องการวัดผลต่างของแต้ม เพื่อนำมาเป็นตัวคูณอัตราจ่าย ซึ่งจะได้รับอัตราจ่ายที่มากกว่าปกติหลายเท่า

ยกตัวอย่างเช่น หากทางฝ่ายเจ้ามือได้ 8 แต้ม และทางฝ่ายผู้เล่นได้ 2 แต้ม นั่นหมายถึง หากท่านแทงฝ่ายเจ้ามือเอาไว้ ท่านจะได้รับอัตราจ่าย 8 เท่า แต่หากท่านแทงฝ่ายผู้เล่นเอาไว้ ท่านจะเสียเป็นอัตรา 8 เท่า เช่นกัน ซึ่งการเดิมพันวัววัวบาคาร่านี้ ท่านจึงจำเป็นต้องมีเงินสำรองมากกว่าจำนวนที่จะต้องการวางเดิมพัน 9 เท่า เผื่อในกรณีที่ท่านแพ้ด้วยอัตราการเสียสูงสุด ซึ่งก็คือ 9 เท่า นั่นเอง

และตามกติกาวัววัวบาคาร่า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะด้วยแต้มสูงสุดคือ 9 จะต้องหักค่าคอมมิชชั่นเข้าสู่ไลฟ์คาสิโน 5 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เหลืออัตราการจ่าย 8.55 เท่า ส่วนการเสีย เสียเต็ม 9 เท่า

และบาคาร่ายอดนิยมชนิดสุดท้าย คือบาคาร่าประกันภัย หรือ บาคาร่าประกันทุน เป็นอีกชนิดบาคาร่าที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับคอเกมบาคาร่า เป็นการลงเดิมพันระหว่างเกม หลังจากที่ทั้งฝ่ายเจ้ามือและฝ่ายผู้เล่น ได้รับไพ่ 2 ใบแรกของแต่ละฝ่ายครบถ้วนแล้ว จะมีการเปิดให้แต่ละฝ่าย ซื้อประกันได้ เป็นการช่วยให้ท่านนักพนันเสียทุนน้อยลง ในกรณีที่เดิมพันแพ้

บาคาร่าออนไลน์ บาคาร่าสด ดีที่สุด ต้องที่ UFABET

ยกตัวอย่างเช่น หากท่านแทงฝั่งผู้เล่นเอาไว้ 1,000 บาท แต่หลังจากที่ไพ่ 2 ใบแรกของท่าน มีแนวโน้มที่จะแพ้ต่อไพ่ทางฝั่งเจ้ามือ ท่านจึงตัดสินใจซื้อประกันภัยบาคาร่าไป 500 บาท ซึ่งสุดท้าย ก็เป็นทางฝั่งเจ้ามือที่ชนะไปในเกมนั้นจริงๆ ซึ่งปกติ ท่านจะต้องเสียเงินเดิมพันจนหมดคือ 1,000 บาท แต่ในกรณีที่ท่านเลือกวางประกันภัยบาคาร่า ประกันภัย 500 บาทของท่านจะนำมาคำนวณเพื่อช่วยให้ท่านเสียทุนน้อยลงดังต่อไปนี้ [ 500 + (500×1.5)] = 1,250 บาท จากกรณีนี้ คือท่านเสียทุนไปแล้ว 1,000 บาท บวกกับวางเงินค่าประกันภัยอีก 500 บาท ท่านจึงลงทุนเบ็ดเสร็จทั้งสิ้นในเกมนั้น 1,500 บาท แต่ยังได้เงินจากบาคาร่าประกันภัยมา 1,250 บาท เท่ากับว่า ท่านเสียเงินจริงๆในเกมดังกล่าว 1,250 – 1,500 = 250 บาท ซึ่งหากท่านไม่ประกันภัยบาคาร่าเอาไว้ ท่านจะต้องเสียเงินเดิมพันจนหมด 1,000 บาทนั่นเอง ในกรณีตัวอย่างนี้ เป็นการยกตัวอย่างอัตราจ่ายประกันภัย 1:1.5 ซึ่งกติกาย่อยต่างของบาคาร่าประกันภัยมีดังต่อไปนี้

1. การวางประกันภัยฝั่งเจ้ามือ สามารถวางประกันได้และมีอัตราจ่าย พร้อมกับเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1.1 อัตราจ่ายประกันภัย 1:1.5 จ่ายเมื่อ ฝั่งผู้เล่นชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 0-3 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 4 และผู้เล่นมีไพ่ 2 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ เช่นเดียวกัน

1.2 อัตราจ่ายประกันภัย 1:2 จ่ายเมื่อ ฝั่งผู้เล่นชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 0-4 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 5 และผู้เล่นมีไพ่ 2 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ เช่นเดียวกัน

1.3 อัตราจ่ายประกันภัย 1:3 จ่ายเมื่อ ฝั่งผู้เล่นชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 0-5 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 6 และผู้เล่นมีไพ่ 2 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ เช่นเดียวกัน

1.4 อัตราจ่ายประกันภัย 1:4 จ่ายเมื่อ ฝั่งผู้เล่นชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 0-5 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 7 และผู้เล่นมีไพ่ 2 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ เช่นเดียวกัน

1.5 อัตราจ่ายประกันภัย 1:8 จ่ายเมื่อ เสมอ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 0 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 1-6 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

1.6 อัตราจ่ายประกันภัย 1:7 จ่ายเมื่อ ผู้เล่นชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 1 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 2-6 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

1.7 อัตราจ่ายประกันภัย 1:4 จ่ายเมื่อ ผู้เล่นชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 2 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 3-6 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

1.8 อัตราจ่ายประกันภัย 1:2 จ่ายเมื่อ ผู้เล่นชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 3 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 4 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

1.9 อัตราจ่ายประกันภัย 1:2 จ่ายเมื่อ ผู้เล่นชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 4 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 5 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

2. การวางประกันภัยฝั่งผู้เล่น สามารถวางประกันได้และมีอัตราจ่าย พร้อมกับเงื่อนไขดังต่อไปนี้

2.1 อัตราจ่ายประกันภัย 1:2 จ่ายเมื่อ ฝั่งเจ้ามือชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 5 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 4 และผู้เล่นมีไพ่ 2 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ เช่นเดียวกัน

2.2 อัตราจ่ายประกันภัย 1:3 จ่ายเมื่อ ฝั่งเจ้ามือชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 6 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 0-5 และผู้เล่นมีไพ่ 2 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ เช่นเดียวกัน

2.3 อัตราจ่ายประกันภัย 1:4 จ่ายเมื่อ ฝั่งเจ้ามือชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 7 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 0-5 และผู้เล่นมีไพ่ 2 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ เช่นเดียวกัน

2.4 อัตราจ่ายประกันภัย 1:1.5 จ่ายเมื่อ ฝั่งเจ้ามือชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 4 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 0-3 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

2.5 อัตราจ่ายประกันภัย 1:2 จ่ายเมื่อ ฝั่งเจ้ามือชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 5 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 0-4 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

2.6 อัตราจ่ายประกันภัย 1:3 จ่ายเมื่อ ฝั่งเจ้ามือชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 6 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 0-5 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

2.7 อัตราจ่ายประกันภัย 1:4 จ่ายเมื่อ ฝั่งเจ้ามือชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 7 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 0-6 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

2.8 อัตราจ่ายประกันภัย 1:8 จ่ายเมื่อ ฝั่งเจ้ามือชนะ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 8 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 0-6 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ

2.9 อัตราจ่ายประกันภัย 1:10 จ่ายเมื่อ เสมอ โดยที่ผู้เล่นมีแต้ม 9 ส่วนเจ้ามือมีแต้ม 0-6 และผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบ, เจ้ามือมีไพ่ 2 ใบ